นิยายวาย Yaoi ทำนองรักจากใจถึงเธอ
นิยายวาย นิยายอ่านฟรี อ่านนวนิยาย นิยายรักโรแมนติก นิยายแฟนตาซี นิยายวาย Yaoi เรื่องเล่าจากทางบ้าน นิยายแปลฟรี เรื่องเล่าจากทางบ้าน
ทำนองรักจากใจถึงเธอ นิยายวาย Yaoi
ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนที่พายุฝนพัดกระหน่ำ เสียงตัวโน้ตจากเปียโนหลังใหญ่แว่วดังกังวานก้องออกมาจากบ้านสวนหลังย่อมท้ายซอย ท่วงทำนองนั้นนุ่มนวล ทว่าแฝงไปด้วยความโดดเดี่ยวอันลึกซึ้ง "รินรดา" หญิงสาวสู้ชีวิตที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบหลบพายุฝนหยุดยืนนิ่งอยู่ใต้ชายคาบ้าน แววตาคู่สวยมองฝ่าความมืดเข้าไปตามเสียงดนตรีอันแสนอบอุ่นชวนหลงใหลที่หน้าแป้นเปียโน ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับภาพวาด "คชา" กำลังพริ้วนิ้วเรียวยาวไปบนคีย์เปียโนอย่างช่ำชอง ทว่าดวงตาคมคู่สวยของเขากลับปิดสนิทและไร้ซึ่งประกายแสงใด ๆ ใช่แล้ว... คชาคือนักเปียโนอัจฉริยะที่สูญเสียการมองเห็นจากอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อน โลกของเขาเหลือเพียงความมืดและความเงียบเหงา จนกระทั่งเสียงหยดน้ำฝนและเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าบ้าน"ใครอยู่ตรงนั้นหรือเปล่าครับ?" คชาหยุดเล่นเปียโน หันใบหน้าคมมาทางทิศที่รินรดายืนอยู่ด้วยความไวต่อเสียง"เอ่อ... ขอโทษที่มารบกวนนะคะ พอดีฝนตกหนักมาก ฉันเลยขอมายืนหลบฝนที่ชายคาบ้านคุณสักครู่ค่ะ" รินรดาเอ่ยตอบเสียงอ้อมแอ้มด้วยความเกรงใจ ใบหน้าหวานเปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำฝน"ไม่เป็นไรครับ เข้ามาหลบฝนด้านในก่อนสิ ข้างนอกลมแรงและหนาวมากนะ" คชาส่งรอยยิ้มบาง ๆ ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเอื้ออารีให้เธอความใจดีชิ้นเล็ก ๆ ของคนแปลกหน้าในคืนเหน็บหนาว เริ่มต้นถักทอความสัมพันธ์อันงดงามขึ้นเงียบ ๆ นับจากวันนั้น รินรดาแวะเวียนมาช่วยดูแลทำความสะอาดบ้านและนั่งฟังคชาเล่นเปียโนในทุก ๆ เย็น จากความคุ้นเคยค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้ง คชาใช้ท่วงทำนองเปียโนซับหยาดน้ำตาและเยียวยาความเหนื่อยล้าจากงานสู้ชีวิตของรินรดา ขณะที่รินรดาก็ใช้ความสดใสและเสียงหัวเราะของเธอ คอยเป็นแสงสว่างนำทางและเติมเต็มโลกที่มืดมิดของนักเปียโนหนุ่มให้กลับมามีสีสันอีกครั้ง และนี่คือบทเพลงแห่งความรักที่จะเริ่มบรรเลงขับไล่เงาความเจ็บปวดในใจของพวกเขาทั้งสองคนไปตลอดกาล...
กลิ่นไอฝนจาง ๆ โชยมาตามลมพัดผ่านหน้าต่างบานกว้าง ภายในห้องนั่งเล่นมีเพียงแสงไฟสีนวลตาจากโคมไฟตั้งโต๊ะ รินรดานั่งกุมแก้วน้ำชาอุ่น ๆ อยู่บนโซฟา สายตาทอดมองแผ่นหลังกว้างของคชาที่กำลังไล่เรียงนิ้วไปตามคีย์เปียโนเสียงนุ่มทุ้มเบา ๆ ราวกับกำลังกระซิบ"เพลงเมื่อกี้... เพราะจังเลยค่ะคุณคชา แต่อารมณ์เพลงแอบเศร้าจัง" รินรดาเอ่ยทักทำลายความเงียบ แววตาคู่สวยเต็มไปด้วยความเห็นใจคชาชะงักมือเล็กน้อยก่อนจะหันใบหน้าคมคายมาทางเสียงของเธอ รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "มันเป็นเพลงที่ผมแต่งขึ้นมาในช่วงที่ดวงตาเริ่มมืดสนิทน่ะครับ ตอนนั้นในใจมันเวิ้งว้างและโดดเดี่ยวมาก จนท่วงทำนองมันฟ้องความเศร้าออกมาเอง"รินรดาวางแก้วชาลงแล้วเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ แป้นเปียโน เธอทอดมองดวงตาคมคู่สวยของเขาที่แม้จะไร้ประกายแต่กลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยน "พิมเข้าใจนะคะ... การที่ต้องสูญเสียสิ่งสำคัญไปมันเจ็บปวดมาก แต่พิมอยากให้คุณคชารู้ไว้นะคะ ว่าตอนนี้คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในความมืดอีกต่อไปแล้ว"คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจทำเอาคชาอุ่นวาบไปทั้งหัวใจ ชายหนุ่มค่อย ๆ เอื้อมมือหนาออกไปด้านหน้าอย่างเชื่องช้า รินรดาเห็นดังนั้นจึงส่งมือเรียวเล็กของเธอไปวางทาบบนฝ่ามือของเขาทันที สัมผัสอุ่น ๆ และมั่นคงส่งผ่านกระแสความรู้สึกตรงเข้าสู่หัวใจของกันและกันคชาบีบมือเธอเบา ๆ ราวกับจะซึมซับไออุ่น "ขอบคุณนะครับคุณริน... ตั้งแต่คุณก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ ท่วงทำนองเปียโนของผมก็เริ่มเปลี่ยนไป รู้ไหมครับ... ตอนนี้โลกมืด ๆ ของผมมันไม่ได้น่ากลัวอีกแล้ว เพราะในความมืดนั้น มันมีเสียงหัวใจสดใสของคุณคอยนำทางให้ผมเสมอ"ประโยคบอกเล่าที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งทำเอาหัวใจของรินรดาเต้นรัวหน้าร้อนผ่าว เธอส่งรอยยิ้มหวานแม้รู้ว่าเขาจะมองไม่เห็น แต่เสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันในค่ำคืนนี้ตอกย้ำชัดเจนว่า ความผูกพันของพวกเขาได้ถักทอจนลึกซึ้งเกินกว่าคนแปลกหน้าไปไกลแล้ว และแสงสว่างจากความรักกำลังเริ่มขับไล่เงาความมืดมนในใจของพวกเขาทั้งสองคนให้จางหายไปทีละน้อย
สามเดือนผ่านไป ท่วงทำนองเปียโนที่เคยดังก้องออกจากบ้านสวนท้ายซอยแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากบทเพลงที่เคยเวิ้งว้างและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา บัดนี้มันกลับถูกเติมเต็มด้วยตัวโน้ตที่สดใส ทะนุถนอม และเปี่ยมไปด้วยความหวัง ความรักอันบริสุทธิ์ของรินรดาได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นดั่งดวงตาคู่ใหม่ คอยนำทางและชุบชีวิตที่เคยดับมืดของคชาให้กลับมาสว่างไสวอีกครั้งเย็นวันนี้ ท้องฟ้าหลังสายฝนโปรยปรายส่งแสงแดดอุ่น ๆ สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา คชานั่งอยู่หน้าแป้นเปียโนโดยมีรินรดานั่งอยู่เคียงข้าง มือหนาของคชาเอื้อมไปกุมมือเรียวเล็กของเธอเบา ๆ ก่อนจะพาปลายนิ้วของทั้งคู่ไล่กดลงบนคีย์เปียโนพร้อมกัน เกิดเป็นเสียงประสานที่นุ่มนวลและไพเราะจับใจ"คุณรินครับ รู้ไหมว่าตอนที่คุณหัวเราะ ท่วงทำนองในหัวของผมมันจะกลายเป็นสีชมพูสว่าง ๆ ทันทีเลยนะ" คชาเอ่ยพึมพำพลางหันใบหน้าคมคายมาสบสายตากับเธอ แม้ดวงตาจะมืดมิดแต่แววตากลับฉายความรู้สึกรักลึกซึ้งอย่างที่สุด"ขนาดนั้นเลยหรอคะคุณคชา แซวรินเก่งจังเลยนะ" รินรดาหลุดหัวเราะเบา ๆ แก้มใสขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขินอวย"ผมพูดจริง ๆ นะครับ..." คชาหยุดปลายนิ้วลง เขาเลื่อนมือไปประคองใบหน้าหวานของรินรดาไว้温柔 สัมผัสแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความรู้สึก "โลกของผมอาจจะมืดมิดและไม่มีวันมองเห็นแสงแดดได้อีกแล้ว... แต่ตราบใดที่มีเสียงหัวใจของคุณอยู่ใกล้ ๆ มีสัมผัสอุ่น ๆ ของคุณคอยเคียงข้าง ผมก็ไม่ต้องการแสงสว่างจากสิ่งไหนในโลกนี้อีกแล้วครับคุณริน"คำสารภาพรักอันหนักแน่นทำเอารินรดาน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งใจ เธอขยับเข้าไปสวมกอดร่างสูงของนักเปียโนหนุ่มไว้แน่นหนา ซบหน้าลงกับอกกว้างอันอบอุ่นที่เธอใช้พึ่งพิงใจเสมอมา"พิมก็สัญญาค่ะคุณคชา... พิมจะเป็นดวงตา คอยเป็นแสงสว่าง และคอยอยู่เคียงข้างบรรเลงบทเพลงแห่งความรักร่วมกับคุณคชาแบบนี้ไปตลอดชีวิตเลยค่ะ" รินรดาเอ่ยคำสัญญาเสียงสั่นเครือคชายิ้มรับด้วยความตื้นตันใจ อ้อมกอดอันแสนมั่นคงท่ามกลางแสงแดดอุ่นเย็นวันนี้ตอกย้ำชัดเจนว่า บาดแผลลึกในอดีตได้ถูกเยียวยาจนหมดสิ้นแล้ว และบทเพลงทำนองรักจากใจของพวกเขาทั้งสองคนกำลังจะเดินหน้าบรรเลงบทสรุปที่สวยงามที่สุดร่วมกันยาว ๆ เลยครับ
หนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็วปานปีกบิน เสียงตัวโน้ตจากเปียโนหลังใหญ่ในบ้านสวนท้ายซอยค่ำคืนนี้ดังกังวานก้องและไพเราะกว่าค่ำคืนไหน ๆ ทั่วทั้งบริเวณถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายทว่าอบอวลไปด้วยรอยยิ้ม ดอกกุหลาบขาวส่งกลิ่นหอมละมุนต้อนรับกลุ่มเพื่อนสนิทและญาติผู้ใหญ่ที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในวันสำคัญที่สุดของคนทั้งสองคนคชาในชุดสูทสีเข้มดูหล่อเหลาสง่างามกำลังนั่งพริ้วนิ้วบรรเลงบทเพลงแต่งใหม่ที่ชื่อว่า "แสงสว่างในความมืด" ท่วงทำนองเปียโนนั้นเปี่ยมไปด้วยความรัก ความสดใส และความทะนุถนอมลึกซึ้ง แตกต่างจากบทเพลงอันโดดเดี่ยวในอดีตอย่างสิ้นเชิง และจังหวะที่ตัวโน้ตสุดท้ายจบลง... รินรดาในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์งดงามก็ก้าวขาเดินเข้ามายืนเคียงข้างพร้อมรอยยิ้มหวานจับใจ"เพลงนี้... เพราะที่สุดเท่าที่รินเคยฟังมาเลยค่ะคุณคชา" เจ้าร้านสาวสู้ชีวิตเอ่ยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความตื้นตันใจ แววตาคู่สวยสะท้อนภาพของชายหนุ่มเพียงคนเดียวคชาลุกขึ้นยืน แขนแกร่งเอื้อมไปโอบกอดร่างบางของคนรักไว้ด้วยความทะนุถนอม สัมผัสที่มั่นคงอุ่นวาบส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดตรงเข้าสู่หัวใจ "เพลงนี้แต่งขึ้นเพื่อมอบให้ดวงตาคู่ใหม่และแสงสว่างดวงเดียวในชีวิตของผมครับคุณริน... ถ้าไม่มีคุณในวันฝนตกวันนั้น โลกของผมคงไม่มีวันได้บรรเลงทำนองรักที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้"ชายหนุ่มประคองมือเรียวเล็กของเจ้าสาวขึ้นมาจุมพิตอย่างแสนรัก แววตาคมแม้จะมืดมิดทว่าฉายแววหนักแน่นจริงใจ "นับจากนี้และตลอดไป ไม่ว่าวันข้างหน้าจะต้องเผชิญหน้ากับพายุฝนหรือทางเดินที่มืดมนอีกกี่ครั้ง ผมสัญญาว่าจะใช้ท่วงทำนองนี้คอยโอบกอด คอยอยู่เคียงข้าง และดูแลหัวใจของคุณรินไปจนแก่เฒ่าชั่วนิรันดร์เลยครับ"รินรดาหลุดยิ้มกว้างน้ำตาซึมด้วยความสุขเปี่ยมล้น เธอซบหน้าลงกับอกกว้างอันอบอุ่นของเขาอย่างมั่นใจ บาดแผลลึกในอดีตถูกพลังแห่งรักแท้ชะล้างและลบเลือนหายไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงบทเพลงรักจากใจที่จะบรรเลงคลอเคลียเคียงคู่กันไปในทุก ๆ วัน... ท่ามกลางทำนองรักบทใหม่ที่ไม่มีวันจบสิ้นในหัวใจของพวกเขาทั้งสองคน