นิยายวาย Yaoi แผนการ (ไม่) ลับของท่านประธาน
นิยายวาย นิยายอ่านฟรี อ่านนวนิยาย นิยายรักโรแมนติก นิยายแฟนตาซี นิยายวาย Yaoi เรื่องเล่าจากทางบ้าน นิยายแปลฟรี เรื่องเล่าจากทางบ้าน
แผนการ (ไม่) ลับของท่านประธาน นิยายวาย Yaoi
ตอนที่ 1: กาแฟแก้วนั้นกับสายตาคู่คู่หนึ่ง
กาแฟแก้วนั้นกับสายตาคู่คู่หนึ่ง"โอ๊ะ! ขอโทษครับ! ขอโทษจริง ๆ ครับ!"กวิน นักศึกษาฝึกงานปี 4 ในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเป๊ะ กำลังก้มหัวขอโทษขอโพยจนหัวแทบจะชนพื้น หลังจากที่เขาซุ่มซ่ามเดินชนเข้ากับแผงอกกว้างของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีกรมท่าราคาแพงระยับ ผลลัพธ์คือลาเต้ร้อนในมือของกวินหกเลอะเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวในของอีกฝ่ายจนเป็นคราบฝังลึก"ซุ่มซ่าม..."น้ำเสียงทุ้มต่ำและเรียบนิ่งหลุดออกมาจากปากของ ภาคิน ประธานบริหารหนุ่มวัย 28 ปีของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นบางจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ตอนนี้หน้าซีดเผือด น้ำตาคลอเบ้าด้วยความตกใจ"ผม...ผมจะรับผิดชอบค่าน้ำยาซักแห้งให้ครับ! หรือจะให้ผมซื้อตัวใหม่ให้เลยก็ได้ครับ แต่...แต่อาจจะต้องผ่อนจ่ายนะครับ" กวินละล่ำละลักบอก มือบางสั่นเทาพยายามดึงทิชชู่ออกจากกระเป๋ามาช่วยเช็ด แต่กลับยิ่งทำให้คราบเลอะเทอะไปใหญ่ภาคินมองมือเล็ก ๆ ที่กำลังปัดป่ายอยู่บนอกเสื้อของเขา ความอบอุ่นที่สัมผัสผ่านเนื้อผ้าทำให้หัวใจที่เคยเย็นชาของท่านประธานกระตุกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขามองใบหน้าหวานที่กำลังลนลานแล้วลอบยิ้มมุมปากเบา ๆ โดยที่เด็กหนุ่มไม่ทันสังเกต"เสื้อตัวนี้ราคาแสนห้า... นายคิดว่าจะผ่อนจ่ายกี่ปีหมด?" ภาคินแกล้งขู่เสียงเข้ม"แสน...แสนห้าเลยเหรอครับ!" กวินอ้าปากค้าง ตัวแข็งทื่อเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง"เอาแบบนี้..." ภาคินก้มลงไปกระซิบใกล้ใบหูของกวิน จนเด็กหนุ่มได้กลิ่นน้ำหอมแนวไม้สนที่ชวนให้ใจสั่น "ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป นายต้องขึ้นมาส่งกาแฟให้ฉันที่ห้องทำงานชั้นบนสุดทุกเช้า... จนกว่าจะฝึกงานจบ ถือเป็นค่าเสียหาย""เอ๊ะ? แค่นั้น...แค่นั้นเหรอครับ?" กวินเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่เชื่อสายตา ตาโต ๆ ของเขาเบิกกว้างซื่อตาใส จนภาคินต้องรีบหันหลังกลับเพื่อซ่อนอาการหน้าร้อนของตัวเอง"ใช่ แค่นั้น... แล้วห้ามสายแม้แต่ทีเดียวล่ะ 'เด็กฝึกงาน'"ภาคินเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ปิดไม่มิด ทิ้งให้กวินยืนงงอยู่กลางโถงบริษัท โดยที่กวินไม่รู้เลยว่า... กาแฟแก้วนั้นไม่ได้หกเพราะอุบัติเหตุทั้งหมดหรอก แต่เป็นเพราะท่านประธานตั้งใจเดินเลี้ยวมาชนต่างหาก!
ตอนที่ 2: กาแฟแก้วแรก และกฎเหล็กของท่านประธาน
"ฮึบ... ท่องไว้กวิน นายต้องทำได้ แค่ยกกาแฟขึ้นไปส่งเอง"กวิน ยืนสูดหายใจเข้าลึก ๆ อยู่หน้าประตูไม้บานยักษ์ของห้องประธานบริหาร บนถาดในมือมีแก้วอเมริกาโน่เย็นกลิ่นหอมกรุ่นที่เขาตั้งใจเลือกเมล็ดกาแฟอย่างดีตามที่เลขาฯ หน้าห้องกระซิบบอก มือบางเอื้อมไปเคาะประตูสามครั้งก่อนจะผลักเข้าไปอย่างเบามือภายในห้องทำงานกว้างขวางและหรูหรา ภาคิน ในชุดสูทสีดำสนิทกำลังนั่งตรวจเอกสารอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แสงแดดยามเช้าที่ส่องผ่านกระจกบานยักษ์ขับให้ใบหน้าคมคายนั้นดูหล่อเหลาราวกับภาพวาด กวินเผลอมองจนตาค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบดึงสติกลับมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร"กาแฟ...กาแฟมาแล้วครับท่านประธาน" กวินเดินเตาะแตะเข้าไปวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวังที่สุด เพราะกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยภาคินละสายตาจากไอแพด เงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มตรงหน้า สายตาคมกริบไล่สำรวจตั้งแต่ทรงผมที่จัดทรงมาอย่างเรียบร้อย เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา ไปจนถึงป้ายชื่อนักศึกษาฝึกงานที่อกซ้าย"อืม..." ภาคินยกกาแฟขึ้นจิบ สายตายังคงจับจ้องที่ใบหน้าหวาน "รสชาติดี... ไม่เลวสำหรับวันแรก""จริงเหรอครับ! โล่งอกไปที" กวินยิ้มกว้างจนตาปิด แก้มใสขึ้นสีชมพูระเรื่อด้วยความดีใจที่รอดตาย"แต่..." ภาคินวางแก้วลง เสียงทุ้มต่ำทำให้อารมณ์ดีใจของกวินสะดุดกึก "มีกฎข้อสำคัญที่นายต้องรู้ไว้ เวลาอยู่ห้องนี้กับฉันสองคน""กฎ...กฎอะไรเหรอครับ?" กวินเอียงคอถามด้วยความสงสัย"ข้อแรก... ห้ามทำหน้าตาซื่อบื้อแบบนี้ใส่คนอื่น" ภาคินลุกขึ้นจากเก้าอี้ก้าวขายาว ๆ เพียงไม่กี่ก้าวก็มาหยุดอยู่ตรงหน้ากวิน ระยะห่างที่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจทำเอาหัวใจดวงน้อยของเด็กหนุ่มเต้นรัวเป็นกลองรบ"ขะ...ข้อสองล่ะครับ?" กวินก้มหน้าหลบสายตา มือเล็ก ๆ เผลอกำชายเสื้อตัวเองแน่น"ข้อสอง..." ภาคินก้มตัวลงมาใกล้ จนกวินต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งแต่กลับติดขอบโต๊ะทำงาน แขนแกร่งของท่านประธานเท้าลงกับโต๊ะ กักตัวเด็กหนุ่มไว้ในอ้อมแขนกลาย ๆ "เวลาฉันพูด... นายต้องสบตาฉัน 'กวิน'"ชื่อของตัวเองที่หลุดออกมาจากปากของอีกฝ่ายทำเอาใจกวินสั่นสะท้าน เขากลั้นใจเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่คมคู่ดุที่บัดนี้กลับดูอ่อนเชื่อมอย่างประหลาด"และข้อสุดท้าย..." นิ้วเรียวยาวของภาคินเอื้อมไปเขี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากของกวินออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอากวินลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ "ถ้ามีใครในบริษัทนี้มารังแกหรือแกล้งใช้งานนายเกินหน้าที่... ให้รีบมาบอกฉันทันที เข้าใจไหม?""ทำไม...ทำไมต้องบอกท่านประธานด้วยล่ะครับ?" กวินถามเสียงแผ่ว"เพราะนายเป็น 'คนติดหนี้' ของฉัน..." ภาคินกระซิบชิดริมฝีปากบาง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จุดประกายบนใบหน้า "และฉันไม่ชอบให้ใครมาจับต้อง... 'ของ ๆ ฉัน' โดยไม่ได้รับอนุญาต"
ตอนที่ 3: ออกตรวจงานนอกสถานที่ และความใส่ใจของท่านประธาน
"อ้าว กวิน... วันนี้ต้องออกไปดูไซต์งานโครงการใหม่กับฉันนะ เตรียมสมุดจดไว้ด้วย"เสียงของพี่พิม เลขาฯ หน้าห้องประธานเอ่ยทักทักขึ้นในบ่ายวันนั้น ทำเอา กวิน ที่กำลังนั่งคีย์ข้อมูลอยู่ถึงกับสะดุ้งสุดตัว การออกไปตรวจงานข้างนอกกับพนักงานคนอื่นถือเป็นเรื่องปกติของเด็กฝึกงาน แต่การต้องนั่งรถไปกับ ภาคิน ท่านประธานสุดเฮี้ยบสองต่อสองนี่สิ... แค่คิดกวินก็รู้สึกว่าหัวใจมันทำงานหนักเกินไปแล้วภายในรถตู้ผู้บริหารคันหรูที่บุด้วยเบาะหนังแท้อย่างดี บรรยากาศเงียบกริบมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศแผ่วเบา กวินนั่งตัวลีบติดประตูรถ พยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะที่ภาคินนั่งไขว่ห้างอยู่เบาะข้าง ๆ สายตาจดจ่ออยู่กับแท็บเล็ตในมือเหมือนเดิม"นั่งซะไกลขนาดนั้น... กลัวฉันจะจับนายกินหรือไง?"น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบโดยที่ตาไม่ได้ละจากหน้าจอ กวินสะดุ้งโหยง รีบส่ายหน้าพัลวัน"ปะ...เปล่าครับท่านประธาน ผมแค่กลัวว่าจะเกะกะครับ""ขยับมานี่" ภาคินสั่งสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่ปฏิเสธไม่ได้ กวินจึงต้องค่อย ๆ กระเถิบตัวเข้าไปใกล้ทีละนิด จนกระทั่งไหล่ของทั้งคู่แทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมแนวไม้สนหรูหราจากตัวภาคินลอยมาเตะจมูกอีกครั้ง จนกวินต้องแอบกลั้นหายใจรถยนต์แล่นมาถึงไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง แดดบ่ายของเมืองไทยช่างร้อนระอุจนแทบไหม้ ทันทีที่กวินก้าวขาลงจากรถ ไอร้อนก็พุ่งเข้าชาร์จทันที เด็กหนุ่มผิวบางเริ่มหน้าแดงซับเหงื่อ พยายามเดินตามหลังท่านประธานและทีมวิศวกรคอยจดบันทึกข้อมูลยิบย่อยอย่างตั้งใจ"ตรงนี้เป็นพื้นที่ส่วนกลาง... อ๊ะ!"ในจังหวะที่กวินกำลังก้าวถอยหลังเพื่อหลบรถเข็นปูน เขากลับสะดุดเข้ากับเศษอิฐบนพื้นจนเสียหลักหงายหลัง ตาโตเบิกกว้างด้วยความตกใจคิดว่าคราวนี้คงได้เจ็บตัวแน่ ๆหมับ!อ้อมแขนแกร่งพุ่งเข้ามาโอบหมับเข้าที่เอวบางอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ภาคินดึงร่างของเด็กหนุ่มเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังของกวินกระแทกเข้ากับแผงอกกว้าง หมวกเซฟตี้ของทั้งคู่ชนกันเสียงดังแก๊ง"ซุ่มซ่ามอีกแล้วนะ..." ภาคินกระซิบดุเสียงเบา แต่ประคองเอวคอดนั้นไว้แน่นไม่ยอมปล่อย สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจร่างกายคนในอ้อมแขนด้วยความ เป็นห่วง "เจ็บตรงไหนไหม?""มะ...ไม่เจ็บครับ ขอบคุณครับท่านประธาน" กวินหน้าแดงแป๊ด รีบผละตัวออกด้วยความขัดเขิน ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทีมวิศวกรนับสิบชีวิตที่ระลึกได้ทันทีว่า เด็กฝึกงานคนนี้ 'ไม่ธรรมดา' แน่ ๆหลังจากตรวจงานเสร็จและกลับขึ้นมาบนรถ ภาคินก็โยนขวดน้ำแร่แช่เย็นพร้อมผ้าเย็นผืนเล็กลงบนตักของกวิน"เช็ดหน้าซะ แดดแรงจนแก้มแดงหมดแล้ว" ภาคินพูดเสียงเรียบ แต่สายตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่ปิดไม่มิด"ขอบคุณครับ..." กวินรับมาเช็ดหน้าเบา ๆ ความเย็นของผ้าช่วยให้สดชื่นขึ้น แต่ความร้อนที่พุ่งขึ้นมาบนใบหน้านั้น ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับแดดข้างนอกเลยสักนิด...
ตอนที่ 4: งานด่วนวันหยุด และห้องครัวของท่านประธาน
"ฮัลโหล... กวินเหรอ? วันนี้สะดวกไหม พอดีมีเอกสารด่วนที่ต้องให้ท่านประธานเซ็นกำกับน่ะ แต่พี่ติดธุระสำคัญจริง ๆ กวินช่วยเอาไปให้ท่านประธานที่คอนโดหน่อยได้ไหมจ๊ะ?"เสียงร้อนรนของพี่พิมเลขาฯ สาวสายตรงเข้ามือถือของ กวิน ในเช้าวันเสาร์ ทำเอาเด็กหนุ่มที่กำลังนอนกลิ้งอยู่บนเตียงถึงกับเด้งตัวตื่นเต็มตา แม้จะรู้ว่าเป็นวันหยุด แต่หน้าที่ของเด็กฝึกงานที่ดี (และฐานะคนติดหนี้แสนห้า) ทำให้เขาปฏิเสธไม่ได้ สุดท้ายกวินจึงต้องหอบแฟ้มเอกสารหนาเตอะมาหยุดอยู่หน้าห้องเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดของคอนโดมิเนียมระดับลักชูรีใจกลางเมืองออด...กวินกดกริ่งหน้าห้องไม่นาน ประตูบานใหญ่ก็เปิดออก ภาพตรงหน้าทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับยืนแข็งทื่อ หน้าขึ้นสีระเรื่อทันทีภาคิน ในวันหยุดไม่ได้ใส่ชุดสูทเนี๊ยบเหมือนทุกวัน เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวเนื้อบางพอดีตัวกับกางเกงวอร์มขายาวสีเทา ทรงผมที่เคยเซ็ตเปิดหน้าผากอย่างทรงพลังบัดนี้ปล่อยลงมาปรกคิ้วอย่างเป็นธรรมชาติ ดูเด็กลงและกร้าวใจจนกวินหัวใจเต้นผิดจังหวะ"อ้าว... นึกว่าพิมจะให้คนขับรถเอามาส่ง" ภาคินเลิกคิ้วมองเด็กหนุ่มที่ยืนหน้าแดงอยู่หน้าประตู "เข้ามาสิ ยืนบื้ออยู่ได้""ขอ...ขออนุญาตครับ" กวินเดินก้มหน้าก้มตาเข้าไปในห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบหรูสไตล์โมเดิร์นคุมโทนสีดำ-เทา เขาซอยเท้าถี่ ๆ ไปวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทานข้าวตัวยาว "เอกสารด่วนครับท่านประธาน เซ็นเสร็จแล้วผมจะได้รีบกลับ..."โครก... ~ยังไม่ทันขาดคำ เสียงท้องร้องประจานตัวเองก็ดังลั่นห้องทำงานที่เงียบสงบ กวินรีบเอามือกุมท้อง ใบหน้าหวานร้อนผ่าวจนแทบระเบิดด้วยความอับอายขายขี้หน้า"ยังไม่ได้กินข้าวเช้าล่ะสิ?" ภาคินลอบยิ้มขำในลำคอ สายตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู"เอ่อ... คือ...""มานี่มา" ภาคินไม่ฟังคำแก้ตัว เขาคว้าข้อมือบางของกวินแล้วจูงเดินตรงเข้าไปในโซนห้องครัวเปิดที่อยู่ถัดไป ทันทีที่ก้าวเข้าไป กลิ่นหอมของเนยและขนมปังปิ้งก็ลอยมาแตะจมูก "ฉันกำลังทำมื้อเช้าอยู่พอดี นั่งลงแล้วกินด้วยกัน""จะดีเหรอครับท่านประธาน ผมเป็นแค่เด็กฝึกงาน...""บอกแล้วใช่ไหมว่าเวลาอยู่สองคนไม่ให้พูดคำนี้" ภาคินดุเสียงเรียบพลางดันตัวกวินให้นั่งลงบนเก้าอี้สตูลบาร์สูง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะขยับเข้าไปใกล้ ยื่นหน้าเข้าไปจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว "อยู่ห้องนี้... ฉันไม่ใช่ประธานบริหาร และนายก็ไม่ใช่เด็กฝึกงาน""ขะ...เข้าใจแล้วครับ พี่ภาคิน..." กวินยอมเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วเพราะสู้สายตาเว้าวอนแกมบังคับนั้นไม่ไหว"เด็กดี" ภาคินยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มของกวินเบา ๆ ด้วยความรักใคร่ ก่อนจะหันไปตักไข่ดาว เบคอน และขนมปังปิ้งสีเหลืองทองจัดใส่จานมาวางตรงหน้าเด็กหนุ่ม "กินซะ ถ้ากินไม่หมด... ฉันจะคิดค่าปรับเพิ่มจากหนี้แสนห้าของนายนะ""พี่ภาคินขี้โกงชะมัดเลย" กวินบ่นอุบอิบแต่ก็ยอมตักอาหารเข้าปาก แก้มกลม ๆ ขยับเคี้ยวตุ้ย ๆ จนดูเหมือนกระรอกตัวน้อยภาคินนั่งเท้าคางมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่อบอุ่นและเชื่อมปรารถนาอย่างปิดไม่มิด โลกสีเทาที่โดดเดี่ยวของนักธุรกิจหนุ่มดูเหมือนจะถูกเติมเต็มด้วยสีสันสดใสของเด็กซุ่มซ่ามคนนี้ไปเสียแล้ว...
ตอนที่ 5: ติดฝน และค่ำคืนที่ไม่คาดฝันเปรี้ยง!
เสียงฟ้าร้องลั่นพร้อมกับสายฝนเม็ดโตที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอา กวิน ที่กำลังจะก้าวขาออกจากประตูห้องเพนต์เฮาส์ถึงกับชะงักกึก ท้องฟ้าด้านนอกมืดครึ้มกลายเป็นสีดำสนิท ทั้งที่เพิ่งจะเป็นเวลาบ่ายแก่ ๆ เท่านั้น"ฝนตกหนักขนาดนี้ พายุเข้าแน่ ๆ นั่งแท็กซี่กลับตอนนี้อันตราย" ภาคิน เดินตามมาซ้อนข้างหลัง เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ พลางมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานยักษ์ที่ถูกละอองฝนสาดซัดจนเบลอไปหมด"แต่ว่า... มันจะรบกวนพี่ภาคินเกินไปนะครับ" กวินหันกลับมาบอกอ้อมแอ้ม ตอนนี้เขาเปลี่ยนสรรพนามตามคำสั่งของอีกฝ่ายจนเริ่มชินปากแล้ว"รบกวนอะไรกัน โซฟาห้องนั่งเล่นก็มี หรือถ้ากลัวเหงา... จะไปนอนบนเตียงฉันก็ได้นะ" ภาคินแกล้งหยอดคำหวานพร้อมส่งสายตาเจ้าเล่ห์ ทำเอาเด็กหนุ่มหน้าร้อนฉ่าจนแทบไหม้"ผมนอนโซฟาครับ! นอนโซฟาแน่นอน!" กวินรีบละล่ำละลักบอก จนภาคินหลุดขำออกมาด้วยความเอ็นดูเวลาผ่านไปจนถึงช่วงหัวค่ำ ฝนไม่มีทีท่าว่าจะซ่อนตัวเลยสักนิด มิหนำซ้ำจู่ ๆ ไฟในเพนต์เฮาส์หรูอันกว้างใหญ่ก็ดับวูบลงพร้อมกัน! โลกทั้งใบตกอยู่ในความมืดมิดทันที"อ๊ะ! พี่ภาคินครับ!" กวินร้องเสียงหลงด้วยความตกใจกลัว ความมืดทำให้เขามองไม่เห็นอะไรเลย เด็กหนุ่มก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณจนขาไปสะดุดเข้ากับขอบโต๊ะรับแขก"กวิน! ระวัง!"หมับ!ร่างสูงใหญ่ของภาคินพุ่งเข้ามาประคองไว้ได้ทันท่วงที แต่เพราะแรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มลงไปบนโซฟาตัวนุ่มด้วยกันทั้งคู่ โดยมีร่างของกวินนอนราบอยู่ด้านล่าง และมีภาคินคร่อมทับอยู่ด้านบนในระยะประชิด จนหน้าอกของทั้งคู่เบียดเสียดกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ความเงียบเข้าปกคลุม มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของกวินและเสียงหัวใจที่เต้นรัวราวกองรบ แสงไฟสลัวจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่บนพื้นสะท้อนให้เห็นนัยน์ตาคู่คมของภาคินที่บัดนี้มันไม่ได้ดูดุดันเหมือนเวลาทำงาน แต่กลับเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ร้อนแรงยิ่งกว่าสายฝนด้านนอก"พี่...พี่ภาคิน ลุกออกไปก่อนครับ มันหนัก..." กวินประท้วงเสียงสั่น ขนลุกซู่เมื่อสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายกำยำของอีกฝ่าย"ไม่ลุก..." ภาคินกระซิบชิดใบหูบาง เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนจนชวนให้เคลิบเคลิ้ม มือหนาเอื้อมขึ้นมาเชยคางมนของกวินให้สบตากับเขาในความมืด "กวิน... นายรู้ไหมว่าฉันต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหน เวลาที่เห็นนายเดินไปเดินมาในบริษัท""เอ๊ะ...""ฉันไม่อยากเป็นแค่พี่ภาคิน หรือแค่ท่านประธานของนายแล้ว..." ใบหน้าหล่อเหลาก้มต่ำลงมาเรื่อย ๆ จนปลายจมูกโด่งชนกับจมูกรั้นของเด็กหนุ่ม "ฉันอยากเป็นมากกว่านั้น... ได้ไหมเด็กดี?"ลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดริมฝีปากทำเอาสมองของกวินขาวโพลนไปหมด หัวใจมันเรียกร้องและทรยศคำสั่งการจนเขาเผลอพยักหน้ารับคำเบา ๆ โดยไม่รู้ตัวเมื่อได้รับคำอนุญาต ภาคินก็ไม่รอช้า ริมฝีปากหยักได้รูปทาบทับลงบนกลีบปากนุ่มของกวินอย่างแผ่วเบาในทีแรก ก่อนจะค่อย ๆ ทวีความลึกซึ้งและร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ รสจูบที่อ่อนหวานแต่แฝงไปด้วยความเอาแต่ใจทำเอาเกวินครางอื้ออึงในลำคอ มือบางที่เคยดันอกแกร่งไว้เปลี่ยนเป็นขยำเสื้อยืดของภาคินแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวในยามที่กำลังจะหมดลมหายใจ...ค่ำคืนอันยาวนานท่ามกลางเสียงพายุฝน เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น...
ตอนที่ 6: เช้าวันใหม่ และสถานะที่เปลี่ยนไปแสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านเนื้อดีเข้ามาในห้องนอนกว้าง
ความอบอุ่นของแดดทำให้ กวิน ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงีย ความรู้สึกแรกที่ตีเข้ามาคือความปวดเมื่อยแล่นริ้วไปทั้งตัว และเมื่อเขาขยับกาย ก็พบว่าตัวเองกำลังถูกโอบกอดอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา โดยมีแผงอกกว้างเปลือยเปล่าของ ภาคิน เป็นหมอนหนุนจำเป็นเหตุการณ์ในค่ำคืนที่ผ่านมาแล่นย้อนกลับเข้ามาในหัวสมองราวกับม้วนภาพยนตร์ จูบที่ดูดดื่ม สัมผัสที่ร้อนแรง และถ้อยคำบอกรักกระซิบข้างหูซ้ำ ๆ ทำเอาใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีจนต้องรีบมุดหน้าหนีลงกับอกแกร่งเพื่อซ่อนความเขินอาย"ตื่นแล้วเหรอ..."น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าตามประสาคนเพิ่งตื่นนอนดังขึ้นเหนือหัว อ้อมแขนแกร่งกระชับกอดร่างบางให้จมลงไปในอ้อมอกแน่นขึ้นอีก ภาคินลืมตาขึ้นมองเด็กหนุ่มในอ้อมแขนพลางจุดรอยยิ้มละมุนที่หาดูได้ยากยิ่ง"พะ...พี่ภาคิน ปล่อยก่อนครับ ผมจะไปห้องน้ำ" กวินประท้วงอู้อี้อยู่กับอกเสื้อ เสียงเล็กสั่นเครือจนคนฟังนึกเอ็นดู"ไม่ปล่อย... ขอกอดต่ออีกหน่อยไม่ได้หรือไง?" ภาคินก้มลงหอมแก้มเนียนฟอดใหญ่จนเกิดเสียงดัง "เมื่อคืนนายน่ารักมากเลยรู้ตัวไหม...""พี่ภาคิน! ห้ามพูดถึงเรื่องเมื่อคืนนะ!" กวินเงยหน้าขึ้นมาถลึงตาใส่ แต่แก้มสองข้างกลับแดงแจ๋เป็นมะเขือเทศสุก ท่าทางเหมือนแมวพยศที่พยายามขู่เสือทำเอาภาคินหัวเราะร่วนในลำคอ"โอเค ๆ ไม่พูดแล้วก็ได้" มือหนาเอื้อมไปลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างเบามือ สายตาคู่คมที่มองมาเต็มไปด้วยความจริงจังและมั่นคง "แต่มีเรื่องหนึ่งที่พี่ต้องพูดให้ชัดเจนนะกวิน""เรื่อง...เรื่องอะไรเหรอครับ?""เรื่องของเรา..." ภาคินเชยคางมนขึ้นมา สบตาโตใสซื่อคู่นั้นตรง ๆ "ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป นายไม่ใช่เด็กฝึกงาน และไม่ใช่คนติดหนี้ของพี่อีกแล้ว... แต่กวินคือ 'แฟน' ของพี่ เข้าใจไหมครับ?"คำว่า 'แฟน' ที่หลุดออกมาอย่างตรงไปตรงมาทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาด้านนอก กวินเม้มริมฝีปากแน่นพยายามกั้นยิ้มจนแก้มตุ่ย ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้ารับคำเบา ๆ"ครับ... แฟนก็แฟนครับ""น่ารักมาก" ภาคินยิ้มกว้างด้วยความสมหวัง ก่อนจะกดจูบลงบนหน้าผากมนเป็นการมัดจำ "แต่มีข้อแม้นะ เวลาอยู่ที่บริษัท เรายังต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับก่อน พี่ไม่อยากให้คนอื่นมองนายไม่ดี หรือคิดว่านายใช้เส้นสาย... พี่อยากปกป้องนาย""อื้อ กวินเข้าใจครับ กวินก็จะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด ไม่ให้พี่ภาคินต้องขายหน้าแน่นอน!" เด็กหนุ่มชูหมัดเล็ก ๆ อย่างมุ่งมั่น"ดีมากคร้บ แฟนประธานบริหารต้องเก่งอยู่แล้ว" ภาคินขยิบตาให้กวน ๆ "งั้นตอนนี้... ไปอาบน้ำด้วยกันไหม?""ไม่ครับ! พี่ภาคินลุกไปคนเดียวเลย!" กวินรีบดึงผ้าห่มมาคลุมโปงทันที ทิ้งให้ท่านประธานสายเปย์ยืนขำกับความน่ารักของแฟนหมาด ๆ อยู่ข้างเตียง
ตอนที่ 7: แอบสวีทในห้องทำงาน และสายตาที่เกือบหลุดรอดหลังจากวันหยุดสุดฟินผ่านพ้นไป
บรรยากาศในออฟฟิศก็กลับเข้าสู่โหมดจริงจังอีกครั้ง กวิน พยายามทำตัวเป็นเด็กฝึกงานธรรมดา ๆ คอยเดินเอกสารและชงกาแฟเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือความรู้สึกข้างใน หัวใจมันเต้นแรงทุกครั้งที่คิดถึงสัมผัสอ่อนโยนของ ภาคิน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา"กวิน... ท่านประธานเรียกพบด่วนเรื่องเอกสารชุดเดิมน่ะ เอาแฟ้มนี้ขึ้นไปให้หน่อยนะ" พี่พิมเลขาสาวส่งแฟ้มหนาให้พร้อมรอยยิ้มอิดโรย"ได้ครับพี่พิม" กวินรับคำกุลีกุจอรีบก้าวขาเข้าลิฟต์ผู้บริหารตรงไปยังชั้นบนสุดทันทีเมื่อมาถึงหน้าห้องทำงานใหญ่ กวินเคาะประตูตามมารยาทก่อนจะผลักเข้าไป ภายในห้องมีเพียงภาคินที่นั่งตรวจงานอยู่ ทันทีที่ประตูปิดลงและล็อคโดยระบบอัตโนมัติ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของท่านประธานก็ปรากฏขึ้นทันที"มาเร็วดีนี่... คิดถึงพี่เหรอ?" ภาคินละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ น้ำเสียงทุ้มต่ำเปลี่ยนจากโหมดท่านประธานสุดขรึมกลายเป็นพี่ภาคินสายเปย์ในพริบตา"คิดถึงอะไรกันครับพี่ภาคิน นี่เอกสารด่วนต่างหาก" กวินหน้าแดงแป๊ด รีบเดินเอาแฟ้มไปวางบนโต๊ะ แต่อีกฝ่ายไวกว่า หมับ! มือหนาคว้าข้อมือบางไว้ก่อนจะออกแรงดึงเบา ๆ ร่างของเด็กหนุ่มก็ลอยมานั่งแปะอยู่บนตักกว้างของท่านประธานทันที"อ๊ะ! พี่ภาคิน! ปล่อยครับ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า" กวินเลิกล่ำ ทุบอกแกร่งเบา ๆ ด้วยความตื่นเต้น กลัวว่าใครจะเปิดประตูเข้ามาเห็นฉากนี้"ประตูล็อคอัตโนมัติ ไม่มีใครเข้าได้ถ้าพี่ไม่อนุญาต" ภาคินไม่ฟังคำประท้วง อ้อมแขนแกร่งโอบรัดเอวคอดไว้แน่น ใบหน้าหล่อเหลาซุกลงกับซอกคอขาว สูดดมความหอมจากผิวเนียนจนกวินขนลุกซู่ "พี่คิดถึงนายจะแย่ วันนี้ทั้งวันได้แค่มองผ่านกระจกออฟฟิศ ไม่ได้กอดเลย""อื้อ... พี่ภาคินอย่าแกล้ง กวินใจสั่นหมดแล้ว" เด็กหนุ่มซบหน้าลงกับไหล่กว้าง พ่ายแพ้ต่อความขี้อ้อนของคนตัวโตภาคินเชยคางมนขึ้นมา สายตาคมเชื่อมปรารถนาสบเข้ากับดวงตาโตใสซื่อ ก่อนจะค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงไปประทับริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา รสจูบในเวลาทำงานมันทั้งตื่นเต้นและชวนใจหายวาบ กวินเผลอจูบตอบกลับไปอย่างเงอะงะ มือเล็กขยำสูทราคาแพงของอีกฝ่ายแน่นจนยับยู่ยี่ก๊อก ก๊อก ก๊อก!"ท่านประธานคะ... คุณศรุตจากฝ่ายการตลาดขอเข้าพบด่วนเรื่องงบประมาณคอนโดตัวใหม่ค่ะ" เสียงพี่พิมดังขึ้นผ่านอินเตอร์คอมหน้าห้อง ทำเอาทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว!กวินเด้งตัวหลุดจากตักของภาคินราวกับติดสปริง ใบหน้าหวานแดงแจ๋ไปถึงใบหู เขารีบจัดเสื้อนักศึกษาที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่พลางสูดหายใจเข้าลึก ๆ ส่วนภาคินก็กระแอมไอเบา ๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาขรึมและทรงอำนาจเหมือนเดิมในเวลาเพียงสามวินาที"ให้เข้ามาได้" ภาคินกดปุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับพี่พิมและผู้บริหารฝ่ายการตลาดเดินเข้ามา กวินรีบก้มหัวทำความเคารพแล้วเดินสวนออกไปอย่างรวดเร็ว โดยมีสายตาคมกริบของภาคินแอบมองตามหลังแผ่นหลังบางนั้นไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ปิดไม่มิด...
ตอนที่ 8: งานเลี้ยงบริษัท และอ้อมกอดในเงามืดช่วงเย็นของวันศุกร์
บริษัทจัดงานเลี้ยงฉลองปิดโครงการใหญ่ที่โรงแรมหรูระดับห้าดาว บรรยากาศเต็มไปด้วยแสงสีและเสียงเพลง พนักงานทุกคนแต่งตัวจัดเต็ม รวมถึง กวิน ที่วันนี้อยู่ในชุดเชิ้ตสีครีมพอดีตัว ปลดกระดุมเม็ดบนออกเล็กน้อยตามคำคะยั้นคะยอของพี่ ๆ ในแผนก ทำให้ผิวขาวเนียนและลำคอระหงดูโดดเด่นจนสะดุดตาคนทั้งงาน"กวินจ๊ะ! ดื่มหน่อยเร็ว วันนี้วันศุกร์ พรุ่งนี้หยุด ไม่เมาไม่กลับ!" พี่ ๆ ในแผนกยื่นแก้วเครื่องดื่มสีสวยรสหวานทานง่ายมาให้ เด็กหนุ่มปฏิเสธคนไม่เก่งจึงต้องยอมรับมาดื่มอึกใหญ่ โดยไม่รู้เลยว่าเครื่องดื่มรสหวานนั้นมีแอลกอฮอล์ดีกรีแรงผสมอยู่ไม่น้อยจากหนึ่งแก้วกลายเป็นสองแก้ว... สามแก้ว... เวลาผ่านไปไม่นาน กวินก็เริ่มหน้าแดงก่ำ ดวงตาเยิ้มหวาน เดินเซไปมาเพราะความเมาในขณะที่อีกด้านหนึ่งของงาน ภาคิน ในชุดสูทสีกรมท่าสุดหรูหรากำลังยืนคุยกับกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ แม้ภายนอกจะดูนิ่งขรึมและเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว แต่สายตาคมกริบคู่ใต้กรอบแว่นกลับคอยจับจ้องไปที่ร่างบางของแฟนหนุ่มตัวน้อยที่กำลังโดนพนักงานชายจากแผนกอื่นรุมล้อมชวนคุยอยู่ไม่ห่าง‘ให้ตายเถอะ... ปลดกระดุมกว้างขนาดนั้น แถมยังยิ้มหวานให้คนอื่นไปทั่วอีก’ ภาคินขบกรามแน่น มือหนาที่ถือแก้วไวน์เผลอกำแน่นจนเส้นเลือดปูด ความหึงหวงแล่นริ้วขึ้นมาจนแทบเก็บทรงไว้ไม่อยู่"ขอตัวสักครู่นะครับ" ภาคินเอ่ยขัดจังหวะคู่สนทนาเสียงเรียบ ก่อนจะก้าวขายาว ๆ เดินตรงไปทางกวินทันทีกวินที่กำลังมึนหัวจนโลกหมุนคว้าง รู้สึกอึดอัดกับฝูงชนจึงขอตัวเดินเลี่ยงออกมาทางโถงทางเดินด้านหลังโรงแรมซึ่งเชื่อมไปสู่สวนหย่อมที่ค่อนข้างมืดและเงียบสงบ ลมเย็น ๆ ปะทะใบหน้าทำให้เขาพอกู้สติกลับมาได้บ้าง"อึก... เวียนหัวชะมัดเลย" กวินพึมพำกับตัวเอง พลางใช้มือยันกำแพงไว้เพื่อพยุงตัวหมับ!จู่ ๆ ข้อมือของเขาก็ถูกคว้าไว้จากด้านหลัง ร่างทั้งร่างถูกดึงเข้าไปในซอกทางเดินที่มืดมิดและปลอดคน ก่อนที่แผ่นหลังบางจะถูกดันให้แนบชิดติดกำแพงเบา ๆ กวินตกใจกำลังจะอ้าปากร้อง แต่ก็ต้องเงียบเสียงลงเมื่อได้กลิ่นน้ำหอมแนวไม้สนอันคุ้นเคย"พี่...พี่ภาคิน?" กวินช้อนสายตาเยิ้มหวานขึ้นมองคนตรงหน้า"ใช่... พี่เอง" ภาคินกระซิบเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ในความมืด เขาถอดเสื้อสูทตัวนอกออกแล้วสะบัดมาคลุมไหล่ให้กวินเพื่อบดบังผิวขาว ๆ จากสายตาคนอื่น "รู้ตัวไหมว่าวันนี้ทำความผิดอะไรไว้?""กวินทำอะไรเหรอครับ..." เด็กหนุ่มเอียงคอถามอย่างออดอ้อนเพราะฤทธิ์น้ำเมา มือบางเอื้อมไปจับเนคไทของภาคินแล้วดึงเข้าหาตัวเบา ๆ โดยไม่รู้ตัวว่าท่าทางแบบนั้นมันอันตรายต่อหัวใจคนมองแค่ไหน"ทำตัวน่ารักเกินไป..." ภาคินก้มลงมากระซิบชิดริมฝีปากบาง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกัน "แล้วยังยอมให้ไอ้พวกนั้นเข้ามารุมล้อมอีก... พี่หึงจนจะบ้าตายอยู่แล้วรู้ไหม""อื้อ... กวินไม่ได้คิดอะไรซักหน่อย กวินมีแค่พี่ภาคินคนเดียว..." คำสารภาพรักซื่อ ๆ ของคนเมาทำเอาความอดทนของท่านประธานพังทลายลงในพริบตาภาคินบดเบียดริมฝีปากลงไปครอบครองกลีบปากนุ่มทันที จูบครั้งนี้เต็มไปด้วยความหึงหวงและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างรุนแรง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานช่ำของรสไวน์ผสมน้ำผลไม้จากโพรงปากบาง กวินครางอื้ออึงในลำคอ ร่างกายอ่อนระทวยจนต้องปล่อยมือจากเนคไทเปลี่ยนมาโอบรอบคอแกร่งไว้เพื่อไม่ให้ร่วงลงไปกองกับพื้นภาคินถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า สบตาโตที่บัดนี้ฉ่ำวาวไปด้วยน้ำตาหยาดใสเพราะสำลักความหวาน นิ้วโป้งหนาช่วยเช็ดคราบน้ำใสที่มุมปากให้อย่างเบามือ"กลับคอนโดเรากันเถอะ... พี่ไม่ให้อยู่ในงานนี้ต่อแล้ว" ภาคินกระซิบชิดใบหูจนคนฟังขนลุกซู่ ก่อนจะช้อนตัวอุ้มร่างบางขึ้นในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย ท่ามกลางเงามืดของค่ำคืนที่ความลับของเรายังคงถูกซ่อนไว้อย่างปลอดภัย...
ตอนที่ 9: ข่าวลือในออฟฟิศ และการปกป้องของท่านประธานเช้าวันจันทร์บรรยากาศในแผนกดูแปลกไปจน กวิน สัมผัสได้
ทันทีที่เขาเดินเข้ามาในออฟฟิศ เสียงพูดคุยที่เคยจ้อแจ้กลับเงียบกริบลงทันตา เพื่อนร่วมงานบางคนหันมามองหน้าเขาแล้วหันไปกระซิบกระซาบกัน สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความจับผิดและเคลือบแคลงสงสัย"นี่ ๆ ได้ยินข่าวลือเรื่องงานเลี้ยงคืนวันศุกร์ไหม?" เสียงพนักงานหญิงโต๊ะข้าง ๆ แอบกระซิบกันเสียงเบาแต่กวินกลับได้ยินชัดเจน "มีคนเห็นรถตู้ของท่านประธานจอดอยู่หลังโรงแรม แล้วตอนดึก ๆ มีผู้ชายรูปร่างคล้ายเด็กฝึกงานในแผนกเราเดินขึ้นรถคันนั้นไปด้วยนะ...""จริงเหรอ! หรือว่าที่ได้เข้ามาฝึกงานที่นี่เพราะใช้ 'ทางลัด' น่ะ?" อีกคนเบิกตากว้างทำท่าตกใจกวินที่กำลังนั่งคีย์ข้อมูลอยู่ถึงกับมือสั่น เท้าความลับที่พยายามซ่อนไว้ดูเหมือนจะเริ่มสั่นคลอน ใบหน้าหวานซีดเผือด ความกังวลตีตื้นขึ้นมาในอกจนขอบตาเริ่มร้อนผ่าว เขาไม่อยากให้พี่ ๆ ในแผนกมองเขาเป็นเด็กใช้เส้นสาย หรือมองความสัมพันธ์ของเขากับภาคินเป็นเรื่องฉาบฉวยแบบนั้นก๊อก ก๊อก..."กวิน... ท่านประธานเรียกพบที่ห้องทำงานชั้นบนสุดด่วน" เสียงพี่พิมเดินมาเคาะโต๊ะทักทาย สีหน้าของเลขาสาวดูเคร่งเครียดกว่าปกติเล็กน้อยกวินสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกสะเทือนใจแล้วเดินเข้าลิฟต์ไป ทันทีที่ประตูห้องทำงานประธานปิดลงและล็อคเงียบ ภาคิน ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานก็ลุกขึ้นก้าวขายาว ๆ ตรงเข้ามาหาทันที สายตาคู่คมสำรวจใบหน้าหวานที่ดูหม่นหมองอย่างเป็นห่วง"เกิดอะไรขึ้นกวิน? หน้าซีดเชียว" ภาคินเอื้อมมือไปกุมมือบางที่สั่นเทาไว้หลวม ๆ"พี่ภาคินครับ... คนในออฟฟิศเริ่มลือกันเรื่องคืนวันศุกร์แล้วครับ" กวินช้อนสายตาโตที่สั่นระริกและมีน้ำตาคลอเบ้าขึ้นมองอีกฝ่าย "กวินกลัว... กลัวว่าทุกคนจะมองพี่ภาคินไม่ดี และมองว่ากวินใช้เส้นสาย..."ภาคินขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบฉายแววกร้าวขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนเมื่อมองคนรักตรงหน้า เขาออกแรงดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่น มือหนาลูบหลังแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม"เด็กโง่... คิดมากอีกแล้วนะ" ภาคินกระซิบเสียงนุ่มชิดใบหู "พี่บอกแล้วไงว่าพี่จะปกป้องนายเอง เรื่องข่าวลือพวกนี้ปล่อยให้พี่จัดการ""แต่ว่า...""ไม่มีแต่ครับ" ภาคินผละตัวออกเล็กน้อย นิ้วหัวแม่มือช่วยเช็ดหยดน้ำตาที่ซึมตรงหางตาให้อย่างเบามือ "พี่ไม่ยอมให้ใครในบริษัทนี้มาพูดจาทำร้ายจิตใจแฟนของพี่หรอกนะ วันนี้ตอนเย็น... เตรียมตัวไว้ให้ดี พี่จะทำให้ออฟฟิศนี้เงียบปากลงให้หมด""พี่ภาคินจะทำอะไรเหรอครับ?" กวินเอียงคอถามด้วยความสงสัยแกมหวาดหวั่น"ความลับ..." ภาคินจุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มุมปากประดับใบหน้าหล่อเหลา "กลับไปทำงานเถอะ เชื่อใจพี่นะ"จนกระทั่งเวลาเลิกงานตอนห้าโมงเย็น พนักงานทุกคนกำลังเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน ทันใดนั้น เสียงประกาศจากระบบอินเตอร์คอมของบริษัทก็ดังขึ้นพร้อมกันทุกแผนก ซึ่งเป็นเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจอันคุ้นเคยของท่านประธานบริหาร‘ประกาศจากฝ่ายบริหาร... เนื่องจากสัปดาห์นี้มีข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงและสร้างความเสียหายให้กับบุคลากรในบริษัท ทางเราขอชี้แจงว่า รถตู้ส่วนตัวของผมในคืนวันศุกร์มีไว้เพื่อรับส่งพนักงานที่บาดเจ็บและมึนเมาเพื่อความปลอดภัย และหลังจากนี้ หากใครยังปล่อยข่าวลือที่ไม่มีหลักฐานหรือสร้างบรรยากาศการทำงานที่เป็นพิษ... ผมจะพิจารณาลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด รวมถึงการเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ทราบโดยทั่วกันครับ’สิ้นเสียงประกาศ ออฟฟิศทั้งออฟฟิศเงียบกริบราวกับป่าช้า พนักงานที่เคยซุบซิบต่างพากันหน้าถอดสีและรีบก้มหน้าก้มตาเก็บของทันทีกวินที่นั่งฟังอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง หัวใจดวงน้อยพองโตและเต้นแรงด้วยความซาบซึ้ง เขาแอบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูข้อความไลน์ที่เพิ่งเด้งเตือนขึ้นมา‘พี่ยังปกป้องนายได้มากกว่านี้อีกนะ... เย็นนี้ไปกินชาบูฉลองความชนะของพวกเรากันครับเด็กดี’ พร้อมสติกเกอร์หมีส่งหัวใจกวินลอบยิ้มหวานแก้มแทบแตก ความกังวลทั้งหมดมลายหายไปสิ้นเมื่อรู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น... เขาก็จะมีอ้อมกอดอันอบอุ่นและมั่นคงของท่านประธานคนนี้คอยเป็นเกราะกำบังให้เสมอ
ตอนที่ 10 (ตอนจบ): ทริปฉลองเรียนจบ และคำสัญญาใต้แสงดาวเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก
สามเดือนของการฝึกงานสิ้นสุดลงอย่างงดงาม กวิน สอบผ่านการฝึกงานด้วยคะแนนประเมินระดับดีเยี่ยมจากหัวหน้าแผนก และเรียนจบมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จและพักผ่อนหลังจากเหน็ดเหนื่อยมานาน ภาคิน จึงเคลียร์ตารางงานอันรัดตัวทั้งหมด แล้วพากวินเดินทางมาพักผ่อนที่วิลล่าส่วนตัวสุดหรูริมทะเลภูเก็ตบรรยากาศยามเย็นที่ริมหาดส่วนตัว ลมทะเลพัดโบกโชยมาอ่อน ๆ เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังเป็นจังหวะชวนให้ผ่อนคลาย ท้องฟ้าถูกย้อมไปด้วยสีส้มอมชมพูของพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า กวินในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวรับลมทะเลกำลังเดินย่ำผืนทรายนุ่มด้วยรอยยิ้มสดใส ร่าเริงเหมือนเด็ก ๆ จนคนตัวโตที่เดินตามหลังมาอดไม่ได้ที่จะแอบรัวชัตเตอร์เก็บภาพความน่ารักนี้ไว้เต็มเมมโมรี่การ์ดโทรศัพท์"พี่ภาคิน ดูนั่นสิครับ! มีปูตัวเล็ก ๆ วิ่งอยู่บนทรายด้วย!" กวินหันกลับมากวักมือเรียกแฟนหนุ่มตาโตใสแจ๋ว"วิ่งระวังหน่อย เดี๋ยวก็ล้มซุ่มซ่ามอีกหรอก" ภาคินหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เขาเดินเข้าไปหาแล้วคว้ามือบางมากุมไว้หลวม ๆ นิ้วเรียวยาวสอดประสานกันอย่างแนบแน่น "ชอบไหม?""ชอบมากเลยครับ... กวินไม่เคยมาเที่ยวทะเลที่สวยและเงียบสงบขนาดนี้มาก่อนเลย ขอบคุณพี่ภาคินมากนะครับที่พากวินมา" เด็กหนุ่มซบหน้าลงกับไหล่แกร่งด้วยความซาบซึ้งใจ"แค่กวินชอบ พี่ก็พร้อมจะพานายไปทุกที่นั่นแหละ" ภาคินจุดรอยยิ้มละมุน เขาเชยคางมนของคนรักขึ้นมาสบตา "เรียนจบแล้ว... หลังจากนี้วางแผนชีวิตไว้ยังไงบ้าง?""อืม..." กวินทำท่าคิด "คงต้องเริ่มหางานทำจริง ๆ จัง ๆ แล้วล่ะครับ อยากหาเงินมาคืนค่าเสื้อแสนห้าของพี่ภาคินให้หมดด้วย""เรื่องเสื้อตัวนั้น... พี่บอกตอนไหนกันว่าจะเอาเงินคืน?" ภาคินเลิกคิ้วเจ้าเล่ห์"เอ๊ะ? ก็วันแรกที่ชนกัน พี่ภาคินบอกว่าเสื้อราคาแสนห้า แล้วให้กวินชงกาแฟชดใช้จนกว่าจะฝึกงานจบไงครับ ตอนนี้ฝึกงานจบแล้ว หนี้ที่เหลือก็ต้องจ่ายสิ" กวินประท้วงเอียงคอถามอย่างซื่อ ๆ"เด็กโง่..." ภาคินบดคลึงริมฝีปากลงบนหน้าผากมนอย่างแสนรัก "พี่โกหกต่างหาก... เสื้อตัวนั้นราคาไม่กี่พันหรอก แต่ที่พี่ต้องแต่งเรื่องขึ้นมา ก็เพราะอยากหาข้ออ้างรั้งนายไว้ให้อยู่ข้าง ๆ พี่ต่างหากล่ะ""ฮะ...แกล้งกันนี่นา! พี่ภาคินขี้โกงชะมัดเลย!" กวินทุบอกแกร่งแก้เขินทันที หน้าหวานแดงแจ๋ลามไปถึงใบหูเมื่อรู้ความจริงว่าตัวเองโดนท่านประธานจอมเจ้าเล่ห์ตกเข้าหลุมพรางตั้งแต่แรกเจอ"ยอมรับครับว่าขี้โกง... แต่ถ้าไม่ทำแบบนั้น พี่คงไม่ได้แฟนที่น่ารักขนาดนี้มาอยู่ตรงหน้าหรอกจริงไหม?" ภาคินคว้าข้อมือบางไว้แล้วดึงร่างเล็กเข้ามาประคองกอดไว้แน่น สายตาคู่คมบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจัง มั่นคง และลึกซึ้งยิ่งกว่ามหาสมุทรตรงหน้า "กวิน... เรียนจบแล้ว มาทำงานเป็น 'เลขาฯ ส่วนตัว' ของพี่ที่ห้องทำงานบนสุดถาวรเลยได้ไหม?""เลขาฯ ส่วนตัวเหรอครับ? แต่พี่พิมก็ทำอยู่แล้วนี่นา""เลขาฯ ของบริษัทน่ะใช่พี่พิม... แต่ตำแหน่ง 'เลขาฯ ส่วนตัวหัวใจ' ของพี่ ภาคินคนนี้เปิดรับสมัครแค่นายคนเดียว... และให้สิทธิ์อยู่ยาวไปตลอดชีวิตด้วย" ภาคินกระซิบชิดริมฝีปากบางพลางล้วงหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกจากกระเป๋ากางเกง เปิดออกเผยให้เห็นแหวนเงินเรียบหรูสลักอักษรย่อของทั้งคู่น้ำตาแห่งความตื้นตันเอ่อล้นขอบตาโต กวินพยักหน้ารับคำรัว ๆ จนกลุ่มผมนุ่มกระจาย "ครับ... กวินตกลง กวินจะเป็นเลขาฯ และเป็นของพี่ภาคินคนเดียวตลอดไปเลย"ภาคินยิ้มกว้างด้วยความดีใจที่สุดในชีวิต เขาบรรจงสวมแหวนเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายของกวินอย่างแผ่วเบา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปมอบรสจูบอันแสนหวานฉ่ำ ละมุนละไมทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยคำมั่นสัญญาและอณูของความรักใต้หมู่ดาวนับแสนที่เริ่มทอประกายบนท้องฟ้ายามค่ำคืนเรื่องราวของท่านประธานสายเปย์กับเด็กฝึกงานสุดซุ่มซ่าม... ได้เปลี่ยนผ่านกลายมาเป็นบทบันทึกความรักบทใหม่ที่จะคงอยู่ชั่วนิรันดร์[ จบบริบูรณ์ ]